ศาสตร์ศรัทธา กับความเปลี่ยนแปลงของยุค

                ในปัจจุบันโลกของเราตอนนี้นั้นกำลังก้าวสู่ยุคที่เรียกว่ายุคของอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง โลกของเราที่พัฒนาทั้งเรื่องข่าวสารไม่ว่าจะทำอะไรอินเตอร์เน็ตก็ครอบคลุมทุกอย่างไปเกือบหมดแล้ว แต่ทุกท่านเคยสงสัยไหมครับ ? ว่าต่อให้เราผ่านบุคสมัยไหนก็ตามแต่ แต่สุดท้ายความเชื่อ ศาสตร์ศรัทธา สิ่งลี้ลับ ก็ยังอยู่กับคนไทยทุกยุค ทุกสมัย  น่าสนใจนะครับตรงที่ต่อให้ยุคเราก้าวกระโดดไปใกลขนาดไหน แต่ ความเชื่อ ศาสตร์ศรัทธา ก็ยังมาตามยุคสมัยด้วย

                ศาสตร์ศรัทธา การทำเสน่ห์ เครื่องราง ของขลัง นั้นเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาลนานมาแล้ว โดยหากยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็ผ้าแดงของชาวบ้านบางระจัน การสักยันต์เพื่อออกรบ  หรือไม่เว้นแม้กระทั่งการทำเสน่ห์และคุณไสยเองก็มีมาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว ซึ่งเรื่องบางเรื่องก็มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจนแต่ก็ยังมีผู้คนให้ความเชื่อถืออยู่  หรือไม่เว้นแม้กระทั่งงานเขียน หรือ วรรณกรรมที่ดังจนต้องเอาสอนเด็ก ๆ ในห้องเรียน อย่างขุนแผน  ที่ถูกแต่งโดย พระสุนทรโวหาร ที่มีนามเดิมว่า ภู่ หรือ ที่เราเรียกว่า สุนทรภู่ เองก็มีการพูดถึงการทำ กุมารทอง หนึ่งในของวิเศษของขุนแผน  ที่ปัจจุบันกุมารทองเองก็เป็นหนึ่งของที่ผ่านยุคผ่านทุกสมัยมาจนปัจจุบันก็ยังมีอยู่ หรือถ้าหากขุนแผนยังไม่ใช่ตัวอย่างที่พอจะเห็นภาพ งั้นเรามาลองดูอีกตัวอย่างที่โด่งจังจนทำเป็นหนังกันเลยนั้นคือ ขุนพันธ์ หรือ พลตำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช (บุตร พันธรักษ์) อดีตนายตำรวจที่มีชื่อเสียงจากการปราบโจรร้ายในภูมิภาคต่าง ๆ เช่นเสือฝ้าย เสืออ้วน เสือเปล่ง และที่โด่งดังจนถึงขนาดไปสร้างเป็นหนังนั้นคือการปราบหัวหน้าโจร “อะเวสะดอตาเละ” ในปี 2481  โดยการออกไปปราบเหล่าร้ายขุนพันธ์นั้นจะมีของดีติดตัวไปเสมอ เช่นตะกรุดของพระคูกาชาด พ่อท่านย่อง วัดวังตะวันตก หรือดาบแดงที่ขุนพันธ์ที่พกติดตัวไว้ตลอดที่ว่ากันว่าเป็นดาบของพระยาพิชัยดาบหัก  และของดีอีกมากมายที่ทำให้ขุนแพนแคล้วคลาดปลอดภัย

                เห็นไหมครับว่าความเชื่อ ศาสตร์ศรัทธา  นั้นมาตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่าต่อให้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่ว่าความเชื่อ ศาสตร์ศรัทธา  ของคนไทยนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย